การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ที่โฟกัสสุขภาพเป็นหลัก

ไม่ทำงานประจำ พักและใช้ชีวิตเหมือนที่อยากใช้ตอนเกษียณอายุ

ตื่นนอนโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก ไม่พร้อมไม่ลุกจากที่นอน พร้อมค่อยลุก

กินน้ำ เก็บที่นอน หวีผม ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดไปออกกำลังกาย

เดินเบาๆ ตอนเช้า ผ่านต้นไม้ นกบิน กระรอก ลมพัดเย็นเบาๆ เสียงนกร้อง

หายใจสดชื่น สังเกตผู้คน บึงน้ำ ปลา เต่า เสียงเพลงเบาๆ ตัวเงินตัวทองว่ายน้ำชิลๆ 

ยิ้มรับซันนี่ แสงอ่อน แสงกลางๆ สังเคราะห์วิตามินดี

รอบแรกช้าๆ รอบสองเร่งสปีดอีกนิด รอบสามมีเหงื่อ รอบสี่คงสปีด

หาที่สะดวกๆ คาร์ดิโอ เวท ยืดเหยียด คลายกล้ามเนื้อ  จบภารกิจตอนเช้า ออกกำลังราวๆ 1 ชม.

ไปตลาดหาวัตถุดิบทำกับข้าว ให้อาหารปลา กินเช้าดีๆ เว้น 4 ชม. กินมื้อ2 กินมื้อเย็นก่อน 6 โมง

กินน้ำบ่อยๆ กินผลไม้ก่อน คาร์บเชิงซ้อน เน้นผัก มีถั่ว นมถั่วเหลือง... โปรตีนหลากหลาย

ระหว่างวันรู้สึกตัว รู้ทันความคิด นั่งสมาธิบ้าง ผ่อนคลาย ทำงานบ้านเบาๆ งีบหลับ อ่านหนังสือ ดูยูทูป ...

- กินยา วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก-

รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้... พัก...อ่านหนังสือ ดูยูทูป อาบน้ำ สวดมนต์ นอน...

ขอบคุณที่ยังมีชีวิต ที่บริหารจัดการเงินไว้ดี มีสิทธิเลือกที่จะทำและไม่ทำอะไรในระหว่างนี้ 6 เดือน - 1 ปี 

ชีวิตค่อยๆใช้ ค่อยๆปรับตัวไปตามสถานการณ์...

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มองย้อนไปแล้ว ดีเสมอ ดีแล้วที่เป็นแบบนี้ ขอบคุณตัวเองที่รู้ชัดเสมอว่าต้องการอะไร อยากใช้ชีวิตแบบไหนจริงๆ ชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข...ไม่ได้ยากเลย...


"Looking forward to the new chapter"

03/08/2568 

สิ่งที่แน่นอน คือ ความไม่แน่นอน แม้ว่าเราจะใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ใช้การวางแผนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในระยะยาว แต่ทุกการเดินทาง ย่อมมีเรื่องราวที่ไม่คาดฝัน มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องซึ่งเราควบคุมไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดหรือคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น



ทุกอุปสรรค ทุกเรื่องราวความเจ็บปวด มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เราเสียใจได้ เราร้องไห้ได้ และเราจะมีทั้งคนที่พร้อมเป็นเบาะรองให้เราในวันที่เราล้ม และก็มีคนที่พร้อมจะซ้ำเติมเราด้วยเช่นกัน ระยะเวลาจะช่วยให้เราค่อย ๆ ทบทวนตัวเอง ว่าเราต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต เรามีคุณค่าอย่างไร เราจะไปต่อแบบไหน สุดท้ายเราต้องเป็นเซฟโซนให้ตัวเอง คิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในทุกการเลือกวิธีแก้ปัญหา เราจะใช้วิธีไหนที่เราคิดว่าถูกจริตแล้วสำหรับเรา เมื่อไหร่คือสุดทาง ควรปล่อยมือจากสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พักใจ พักกาย แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ 

ในความโชคร้ายของวิกฤต ยังมีความโชคดีของโอกาส ที่เราพอมีอยู่บ้าง จากครอบครัวที่พร้อมสนับสนุน เห็นใจ ให้เกียรติ และยอมรับการตัดสินใจทุกอย่าง การบริหารจัดการชีวิตการเงินที่ผ่านมา มีความพร้อมมีอิสระในการเลือกที่จะไม่ทำบางสิ่ง และไม่ต้องอดทนกับบางอย่าง มีเพื่อนแท้ที่พร้อมให้สติ ให้เวลาเสมอเมื่อเราอ่อนแอและพร้อมช่วยเหลือเยียวยา


สิ่งสำคัญของหัวใจและชีวิต 

อันดับแรกคือ ตัวเอง เลือกความสุขสงบของใจ ความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย

อันดับสองคือ ครอบครัว ความสัมพันธ์อันดีกับคนที่รัก เลือกที่จะได้ใช้เวลาได้อยู่ด้วยกัน ดูแลกัน

อันดับสามคือ งานและเงิน เลือกเป็นอันดับสุดท้าย ที่จะทำบางอย่างตามความรับผิดชอบเพื่อใช้เวลาแลกเงิน ไม่อินกับตำแหน่งและความอยากได้เงินมาก ๆ ไม่อินกับความเครียดที่มากเกินไป ไม่อินกับสภาพแวดล้อมความวุ่นวายจากเรื่องราวของผู้อื่น ไม่อินกับวิถีชีวิตที่ยากจะหาความสงบสุขในใจได้...

อีก 58 วัน จากนี้ไป นับถอยหลัง...สู่ชีวิตใหม่...บทบาทใหม่...พาตัวเองไปสู่วิถีแห่งคุณค่า...ตามที่เราเชื่อและศรัทธา  เรียนรู้ ปรับเปลี่ยน คงอยู่ เปลี่ยนแปลง เติบโตอย่างสวยงามอีกครั้ง

พอแล้วกับการเดินทางโลกภายนอก...ลด...ละ....

เริ่มต้อนการเดินทางโลกภายในอย่างจริงจัง...ค่อย ๆ...ฝึกฝน...อดทน...เรียนรู้...ใช้เวลา...

บางเวลา ค่าของคนอาจผูกไว้กับงาน
ความจริงแท้แล้ว การเป็นคนที่ใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม่เบียดเบียนใคร ก็มีคุณค่ามากมายในตัวแล้ว

ค่อย ๆ คิด
ค่อย ๆ ทบทวน
ค่อย ๆ วางแผน
ถึงชีวิตประจำวันที่ควรทำ...เพื่อปัจจุบัน เพื่ออนาคต เพื่อสมดุลของชีวิต เพื่อเวลาที่ไม่สูญเปล่าในโลกนี้ 



 

จดหมายถึงเธอ (เมื่อเธออายุ 50 ปี)

จากวันนี้ 14 พฤศจิกายน 2567 จนถึงวันนั้น 14 พฤศจิกายน 2577 เธอค่อยมาตอบนะ

เป็นไงบ้าง ตอนนี้อยู่ไหน ชีวิตเป็นยังไง…

มีเงินพอที่จะเลือกไม่ทำงานประจำหรือยัง มีงานอดิเรกอะไรบ้าง...

สุขภาพเป็นไงเธอ...ไหวมั้ย...

ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างแล้ว เล่าให้ฟังหน่อยย...

เธอพร้อมเกษียณหรือยัง...ตัวตนเปลี่ยนไปแค่ไหนจากเดิม...

มีอะไรอยากทำหลังอายุหลัก 5 อีกมั้ย...

เธอเปลี่ยนรถ เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนเรื่องอะไรหลักๆ ในชีวิตบ้าง...

พ่อกับแม่ พี่น้อง หลานๆ เป็นยังไงกันบ้างนิ...

กัลยาณมิตรทั้งหลาย เป็นไงบ้าง...

คุณภาพใจ คุณภาพกาย เป็นไงบ้าง...

สังคมโลกเปลี่ยนไปแค่ไน หุ่นยนต์ AI ล้นโลกรึยังนะ...

วิกฤตสิ่งแวดล้อมหนักหนาขึ้นมากมั้ย...

เอาจริง 10 ปีมานี้ ฉันว่าเธอคงโตและแกร่งขึ้นอีกเวลแล้ว ไม่รู้สิ ตื่นเต้นเหมือนกัน อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไงนะ รอ...

ฉันขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนเธอในทุกช่วงเวลาของชีวิตนะ

ขอให้ทุกวันของเธอมีความสุข...



พอชีวิตถึงจุดหนึ่ง ..
จะไม่อยากยุ่งกับชีวิตใคร
รู้สึกอยากใช้ชีวิตแบบสงบ ๆ
ใครอยากมีอะไรก็มีไป
ใครอยากเป็นอะไรก็เป็นไป
ขอแค่อย่าทำให้ใครเดือดร้อนพอ
ไม่อยากเสียเวลาทะเลาะ
เพื่อเอาชนะหรือโต้เถียงใคร
มันเสียเวลาชีวิต
เราเกิดมาแปบเดียวเดี๋ยวก็ตาย
ขอใช้เวลา .....
🥰กับตัวเอง
🥰กับครอบครัว
🥰กับสิ่งที่รักให้มากที่สุด
อยู่ในมุมสงบ ๆ ธรรมดา
เรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ
ดูใบไม้ที่กำลังร่วงโรย
เหมือนชีวิตเกิดมาแล้วก็ดับ
เวลางานก็ทำงานเต็มที่
เวลาพักผ่อนก็พักผ่อนเต็มที่
มีความสุขในมุมเล็ก ๆ ตัวเองก็พอแล้ว.


 


จดหมายตอบเธอ (เมื่อฉันอายุ 40 ปี)

 

จดหมายตอบเธอ (ตัวเองเมื่อเข้าวัย 40 ปี)

ฉันเคยได้ยินใครคนนึงบอกไว้ว่า "ลองเขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคตดูสิ แล้วเมื่อถึงวันนั้นค่อยเปิดอ่าน" โดยส่วนตัวคิดว่า การทำแบบนี้น่าจะเป็นวิธีนึงที่ช่วยให้เราได้ทบทวนตัวเอง ความรู้สึกต่อตัวเอง เป้าหมายในอนาคตและความคาดหวังว่าเราจะเปลี่ยนแปลงเป็นคนแบบไหนกันแน่ ตามที่คาดหรือเกินคาด

วันนี้ 26 สิงหาคม 2561 ฉันอายุ 34 ปีแล้ว ครบบริบูรณ์เมื่อวันเกิด 6 สิงหาคมที่ผ่านมา
ตั้งใจว่าจะลองเขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 6 ปีข้างหน้าดู
เธอจะเป็นยังไงน้า...รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน

วันนี้ 14 พฤศจิกายน 2567 ฉันอายุ 40 ปี 3 เดือนแล้ว ได้เวลาตอบจดหมายของตัวเอง ที่เขียนไว้เมื่อ 6 ปีก่อนหน้า...ตื่นเต้นเหมือนกันนะ
จริง ๆ แล้ว ความไม่แน่นอนของชีวิตเป็นสัจธรรมที่ทุกคนล้วนต้องเจอ ฉันไม่คาดหวังหรอกนะ
ว่าเธอจะเป็นยังไง เพราะมันเป็นเรื่องอนาคตที่คงมีอีกหลายปัจจัยและหลายเหตุการณ์ซึ่งเราควบคุมไม่ได้  แต่สิ่งที่ฉันทำได้ในวันนี้เพื่อเธอ คือ ใช้ชีวิตตามคุณค่าที่เลือกแล้วอย่างดีที่สุด ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ การเงิน  การใช้ชีวิต เป้าหมายในวันนี้ชัดเจนแล้ว เธอทำมันได้มั้ย

ปลอดหนี้จากครอบครัวยัง มีรายได้เสริม(passive income) หลายทางมั้ย มีแฟนรึเปล่า เปลี่ยนงานมั้ย

ฉันไม่มีหนี้มาหลายปีแล้วนะ อิสระและเบาตัวดีนะ ก้อนสุดท้ายคือซ่อมบ้านเกือบสองแสนก็ใช้พ่อแม่หมดไปนานแล้ว หนี้ที่มีก็ระยะสั้น พวกบัตรเครดิตรายเดือนหรือผ่อนจ่าย 0% 3 เดือนซะส่วนใหญ่ รายได้เสริมไม่ได้มาจากงานเสริม งานอดิเรกอะไร เพราะงานปัจจุบันงานหลักก็ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน เที่ยวมากเท่าไรหรอก ส่วนเรื่องแฟน...ยังโสดเหมือนเดิมนะ55 เคยคิดจะเปลี่ยนงานหลายครั้งเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ตัดสินใจไปให้สุดทางจริงๆ พอโตขึ้นเงินเดือนมากขึ้นแล้ว ก็ต้องคิดให้รอบด้านกว่าเดิม เพราะเวลาทำงานที่เหลือก็ไม่กี่ปีแล้ว จะต้องวางแผนไปให้ถึงใช้สิทธิรับบำนาญให้ได้ หากเปลี่ยนที่ใหม่ก็กลัวว่าหากเจอร้ายแรงสุด อาจต้องลาออกแล้วจะไปไม่ถึงสิทธิรับบำนาญนะสิ อยู่ที่เดิมอย่างแย่มาก ๆ ก็แค่ขอย้าย อาจไม่ถึงกับต้องลาออก แม้รายได้เสริมไม่มี แต่เก็บตังค์เก่งขึ้นมากนะ ออมต่อเดือนเพื่อไว้ใช้เกษียณได้ 30 % รายได้แล้ว มีเก็บเบี้ยประกันไว้กองทุนรวมหุ้นบ้าง เก็บเงินฉุกเฉินไว้เผื่อจำเป็นได้บ้างแล้ว

มีอาชีพอื่น ๆ หรืองานอดิเรกอะไรทำบ้าง ได้ไปเที่ยวเมืองนอกกี่ประเทศแล้ว ย้ายที่พัก/ที่ทำงานกี่ที่แล้วล่ะ ได้เป็นป้ายัง น้องมีลูกกี่คนแล้ว เด็กผู้ชายทั้งหมดรึเปล่า

อาชีพอื่น ๆ ไม่มีนะ งานอดิเรกหลักที่ทำมาต่อเนื่องคือ อ่านหนังสือเหมือนเดิมเธอ หลังๆ แม้ว่าจะอ่านได้ไม่เยอะเท่าเดิม แต่ก็มีความละเมียดละไมในการอ่านมากขึ้นนะ งาน/กิจกรรมที่ทำอย่างอื่น เพิ่มจากความรับผิดชอบมากกว่า พอย้ายมาอยู่บ้านตัวเองในเมืองแล้ว ก็ได้จัดสวน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา กวาดใบไม้ เคลียร์ร่องน้ำ... นี่ก็เหนื่อยแล้ว55 ทักษะในการปลูกต้นไม้ดีขึ้นมาก ๆ นะ ปลูกดอกบัวให้บานได้ทั้งปีแล้ว กล้วยไม้ป่าบาน 2 ปีครั้ง ปลูกต้นมะลิตายไป 2 รอบ กับดอกพุดพิชญา ย้ายที่ใหม่จนออกดอกหอมบายสะพรั่งแล้ว มันชื่นใจจริงๆ ได้ไปเที่ยวเมืองนอกก็มาเลเซีย สิงคโปร์ ตอนนั้นแหละ แต่ปีหน้าว่าจะไปเที่ยวจีนนะ อีกสัก 2 ปี จะไปยุโรป ส่วนเมืองในฝันอย่างญี่ปุ่น รึ มัลดีฟ ยังไม่มีแพลนนะ ย้ายที่ทำงานมา 1 ที่จากเดิม ได้กลับบ้านมาอยู่ตอนนี้ก็ 3 ปีครึ่งแล้ว ได้เป็นป้าปอมา 5 ปีกว่าแล้วแหละ น้องปัดก็ท้องคนที่สองหลานสาวอีกเช่นเคย กำหนดคลอด 3 มกราคม 2568 นี้แหละ  สรุปได้หลานสาว 4 คน เลย ลูกน้องเติ้ลก็ 2 สาว น้องตองก็ 1 สาว ตอนนี้ก็หลานสาวเกินครึ่งโหลแล้ว แสบซนเป็นตัวเองกันทุกคน

พ่อกับแม่เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย ได้ดูแลท่านบ้างรึเปล่า ทำอะไรเพื่อสังคมไปบ้างแล้ว

ปีนี้พ่ออายุ 71 ปี แม่อายุ 70 ปี เป็นสว.ที่แข็งแรงและดูแลสุขภาพตัวเองกันดีมาก เพราะคงรู้ว่าไม่อยากให้ลูกๆ ลำบากต้องดูแล พอย้ายมาอยู่ใกล้บ้าน ก็ได้ดูแลกันมากขึ้น แม้จะไม่ได้ทำกับข้าวให้ แต่ก็ซื้อของกินของใช้ พาไปหาหมอ พาไปเที่ยวได้บ้าง ตามที่มีเวลาและดูแลไหว ทำเพื่อสังคมยังไม่ได้บริจาคมูลนิธิเด็กตามที่เคยตั้งแต่ใจไว้ แต่ส่วนใหญ่ได้ทำบุญตามกำลัง กินเจทุกปี ทำทานช่วยเหลือคนรอบตัวเล็กๆน้อยๆตามปกติเท่าที่สะดวก  

 รถไฟความเร็วสูงเสร็จยัง วิ่งไปไหนบ้าง ได้ลองนั่งดูยัง รถไฟเดิมยังใช้กันอยู่มั้ย

รถไฟความเร็วสูงไทยยังไม่มี แต่มีรถไฟขบวนใหม่ที่นั่งสบาย ได้นั่งหาดใหญ่ไปกทม. 2 ครั้ง นั่งจากเชียงใหม่ไปกทม. 1 ครั้ง เป็นการเดินทางที่ยังคงประทับใจ ส่วนรถไฟฟ้าในกทม.มีเพิ่มเติมรอบเมืองหลายสายขยายต่อ ได้นั่งเพิ่มเติมบ้างบางเส้น นานๆเข้ากทม.ที ก็หลงนะ มึนคนเยอะๆ ไม่ชินซะแล้ว รถไฟโบราณเดิมๆ ก็ยังมีใช้อยู่ในเส้นทางชานเมืองกับจังหวัดที่มีคนนั่งเยอะๆ

เฟสบุคเอ้ายัง คนไทยส่วนใหญ่ดีขึ้นบ้างเปล่า ยังคงดราม่าเรื่องคนอื่นอยู่มั้ย เน็ตกี่จีแล้วถึงสิบยัง ไอโฟนล่ะ ซัมซุง หัวเหว่ยล่ะ มีเบรนด์ไหนมาแทนบ้าง

FB ยังใช้เยอะอยู่หลังๆ ใช้ดูไลฟ์สดเอฟของซะมาก ดูฟีดหนังละครก็เยอะ คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนะแต่คุณภาพจิตใจลดลง มีเหตุการณ์คนแปลกๆ ให้คุณค่าเรื่องแปลกๆ โผล่ทุกวัน ดราม่าเรื่องไม่เป็นเรื่องบ่อย ๆ คนซึมเศร้าเยอะ ไทยตอนนี้มีเน็ตแค่ะ 5G นะ ไอโฟน 16 แล้วราคาครึ่งแสน ซัมซุงก็มีตลาดเพิ่ม หัวเหว่ยโดนเบรค แบรนด์ก็หลากหลายนะ

ชาติมหาอำนาจยังเป็นกลุ่มเดิมมั้ย ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจล่ะ ใช่อะลีบาบา อะเมซอน เทสลา กูเกิ้ล อยู่มั้ย ในไทยล่ะยังเป็น ซีพี ปตท. เอสซีจี เซ็นทรัลมั้ย
จีนกับสหรัฐก็ยังคงเป็นสองขั้ว มีรัสเซียกับยูเครนที่มีปัญหาด้วย ทรัมป์ได้กลับมาอีกรอบไม่แน่ใจสถานการณ์ อะลีบาบามีเจ้าอื่นของจีนมาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น เทมู เพล็ตฟอร์มออนไลน์อื่นๆอีกเยอะ เพราะคนขายสินค้าสร้างฐานออนไลน์กันหมด อะเมซอน กูเกิ้ล ก็มีปัญหาบ้างเป็นช่วงๆ เทสลาดีช่วงแรกๆ หลังๆมานี้โดนแบรนด์รถไฟฟ้าจีนตีตลาดยับ เจ้าใหญ่ในไทย ซีพี ยังใช่ ปตท.ยังอยู่ เอสซีจีอาจไม่ใหญ่เช่นเดิม เซ็นทรัลยังอยู่ แต่ก็มีเจ้าใหญ่เพิ่ม มา หาย ตามวัฎจักร

รถยนต์ไฟฟ้าใช้กันแพร่หลายยัง

รถยนต์ไฟฟ้าจีนวิ่งในไทยเยอะแล้ว BYD Goodcat มีที่ชาร์ตทั่วไปในห้าง ปั๊ม

หลวงพ่อปราโมทย์ยังเทศอยู่มั้ย เธอยังนั่งสมาธิหรือสวดมนต์อยู่บ้างเปล่า จิตใจพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

ฟังหลวงพ่อไม่ได้สม่ำเสมอเหมือนเดิมเพราะฟังแล้วนอนไม่หลับ เปลี่ยนไปฟังไพ่ยิปซีหลับง่ายขึ้น สวดมนต์ทุกวันนะ แต่นั่งสมาธิไม่ค่อยแล้ว จิตใจรู้สึกว่าหนักแน่น อัพเวลขึ้นนะ มีสติ ปัญญามากขึ้นตามเวลา

แล้วสุขภาพล่ะ ยังน้ำหนักเกินอยู่อีกมั้ย เตี้ยลงมากเปล่า ผ่าตัดอะไรไปแล้วบ้าง เป็นอะไรมากมั้ย

ยังคงเป็นคนอ้วนที่อ้วนมากขึ้น น้ำหนักเกินค่ามาตรฐานเยอะ ไขมันในเลือดสูงเริ่มกินยาไขมันแล้ว ส่วนโรคอื่นๆไม่มีนะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นบ่างช่วง หลังๆกินน้ำหวานกับเบเกอรีบ่อยๆ ปลายปี 64 ตอนอายุ 37 ปี ผ่าตัดถุงน้ำในรังไข่ข้างซ้ายออก เนื้อรังไข่ไปครึ่งนึง มดลูกกับรังไข่ขวาปกติดีนะ ผ่าตัดราบรื่นผ่านไปด้วยดี เหลือแต่แผลเป็นที่ต้องดูแลต่อ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจจะกลับมาอีกมั้ย

เก็บเงินสร้างห่านทองคำได้ยัง

ตอนนี้ไม่ได้มุ่งมั่นสร้างเงินมากมายเหมือนตอนนั้นแล้วล่ะ ไม่หักโหม เบียดบังตัวเองมากๆ เน้นมีความสุข รักษาสมดุลชีวิตมากกว่า

ไม่เป็นไรน้า ขอแค่ยังคงมีความสุขในทุก ๆ ช่วงของชีวิตก็ดีมากแล้ว

ใช่เลย จริงๆ ชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข เป็นเป้าหมายชีวิตที่ต้องการจริงๆ ขอให้ทุกวันของฉันมีความสุข

แล้วเพื่อนสนิทเป็นไงกันบ้าง แต่งงานกันบ้างยัง ได้ติดต่อใครอยู่บ้าง

เพื่อนสนิทยังคงติดต่อไปเที่ยว ดูแลกันและกันเหมือนเดิม เน้นคุณภาพลดปริมาณ

ยังเขียนบล็อคทำเพจอยู่มั้ย พูดอังกฤษคล่องยัง พูดภาษาอะไรเพิ่มเติมได้อีกบ้าง อ่อ มือหายแพ้ยัง ยังมีสิวเม็ดเบ้งขึ้นหน้าอยู่มั้ย
บล็อกไม่เน้น เพจปิดไปนานหลายปีแล้วล่ะ พูดอังกฤษไม่ได้ฝึกเพิ่มไม่ค่อยคล่องหรอก ภาษาอื่นก็ไม่ได้ฝึกเพิ่มเติม มีแต่ภาษาใจ ภาษากายที่หลังๆ ละเมียดละไมเรื่องพวกนี้มากขึ้น สิวเม็ดเบ้งๆหายไปแล้วได้สักปีนึงมั้ง เจอครีมจัดการสิวอักเสบที่ถูกกับหน้า ชีวิตก็ดีขึ้น

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องดีหรือร้าย ฉันก็เชื่อมันในทุกการตัดสินใจของเธอแหละ
ว่าจะผ่านไปได้อย่างสวยงาม รักษาพลังงานบวกในชีวิตไว้ได้ เติบโต แข็งแรงจากมันนะ
ฉันจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อเธอนะ
รักเสมอ
ปอ

ขอบใจนะที่เชื่อใจฉัน ขอบใจเธอนะที่วางแผนและทำให้ฉันมีและเป็นอย่างทุกวันนี้

ในหลายเหตุการณ์ที่หนักหน่วง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ฉันผ่านไปแล้วด้วยความอดทน การมีทัศนคติที่ดีช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กใหญ่แค่ไหนก็ตาม ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ฉันจะยอมรับมันและไปต่อ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด รับผิดชอบตัวเองเต็มที่ ไม่โทษหรือทำร้ายใคร ไม่คร่ำครวญหรือยึดติดความสุข ความสำเร็จใดๆในอดีต เมื่อยอมรับปัจจุบันได้ move on ไว ไปต่อ อนาคตเป็นไงจะเห็นผลเองจากวันนี้แหละ มันไม่เคยผิดหวัง...






บ้านในฝัน

ศาลาริมสระน้ำ/ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา/แปลงดอกไม้หลากสีสัน/บ้านชั้นเดียวสีขาวล้วน/แผ่นหินทางเดินในสวน/น้ำตกไหลเบาลงมาเป็นชั้น ๆ/มุมไม้มงคลใบสีเขียวด่าง/แปลงผักสวนครัวหลังบ้าน/พื้นสนามหญ้าสีเขียวอ่อน/

*********************

ชุดรับแขกไม้หวายสีขาวเบาะนุ่ม/ผ้าม่านขาวปักลายดอกไม้/แจกันดอกไม้สดส่งกลิ่นหอม/เตียงนอนโบราณมุ้งโปร่ง/โต๊ะเครื่องแป้งกระจกไม้/โคมไฟริมห้อง/ตู้เก็บหนังสือ โต๊ะริมหน้าต่าง/ดาดฟ้าดูดาวระยิบระยับ/เครื่องครัวพรีเมียมพร้อมทำคาวหวาน/เก้าอี้เอนหลังในสวนหลังบ้าน/ห้องพระที่รองนั่งสมาธิ/เสื่อโยคะริมระเบียงบ้าน/

********************

รั้วไม้สีขาว/กล่องไปรษณีย์สีชมพูอ่อน/ต้นพุดพิชญาออกดอกขาวเต็มต้น/ดอกบัวตูมบัวบานหลากสี/ปลาตัวเล็ก ๆ ในน้ำ/

********************


ปล่อยวาง...ชื่นชม...ตั้งตารอคอย...



peace...happy times...people who love me...






รัก...ให้อภัย...มีความสุข...






บ้านแสนสงบสุข

ดงดอกคุณนายตื่นสายสีบานเย็นสด/สาวเชียงใหม่สีเหลืองชมพู/ดอกมะลิขาวกลีบบอบบางหอมอ่อนๆ/ปลาหางนกยูงข้างก้านดอกบัว/พรมริบบิ้นชาลีสีม่วงอ่อนสลับเขียว/โมบายปลาเงินปลาทองส่งเสียงตามลม/นกเขาร้องหาคู่/ผ้าม่านสีครีมปลิวเบา ๆ/เตียงไม้เก่า/โต๊ะญี่ปุ่นลายดอกไม้/ชั้นวางของเหล็กสีขาวลายโปร่ง/รูปแห่งความทรงจำ/ชุดเสื้อผ้าหลากสี 2 ไซส์/พื้นกระเบื้องเหลืองนวลเย็นตา/ห้องน้ำกว้างพื้นสากแห้งสนิท/ผลิตภัณฑ์ผิวบอบบางผ่านการคัดสรรค์/สุขภัณฑ์ความสูงต่างระดับ/ถังน้ำใบใหญ่น้ำใสเย็น/ของรอใช้บนชั้นวางตะแกรงขาวโปร่ง/

*****************

โต๊ะขาวระดับสูง/เครื่องปรุงหลากรสชาด/หม้อต้มกะทะหม้อหุงข้าว/จานชามถ้วยช้อน/อ่างล้างจานยกสูง/

*****************

เสื่อโยคะริมผนัง/ที่นอนเบาะนุ่มหมอนหนุนหมอนข้าง/โต๊ะบูชาพระพุทธรูป แจกันดอกไม้คู่สีเหลือง/ผ้าลูกไม้ลายฉลุคลุมโต๊ะขาว/โคมไฟสีเหลืองแสงนวลตา/เก้าอี้เบาะดำนิ่ม/หนังสืออ่านดี 4-5 เล่ม/

****************

ลมเย็นพัดเบา/ดอกไม้หอมอ่อนโชยตามลม/เสียงนกร้องตอนเช้า/เสียงแมลงกบเขียดตอนเย็น/ความเงียบภายนอก/เสียงความคิดภายใน/ความรู้สึกตัวรู้ลมหายใจ/ความสุขเล็ก ๆ เกิด/ความสงบสุขภายใน/หลับดีจึงตื่นมาอารมณ์ดี/กลิ่นดินอากาศสดชื่นยามเช้า/น้ำค้างยอดใบไม้/แดดอ่อนกำลังมา/เตรียมร่างกายพร้อมทำงาน/ใช้ชีวิตตามหน้าที่/พักผ่อนร่างกายจิตใจ/ทบทวนความหมายของชีวิต/ปรับเปลียน เรียนรู้ไปตามกาลเวลา...


Good Attitude make Every good day



ควบคุมตัวเองได้ จึงเกิดสติปัญญา












ผ่าตัดส่องกล้อง

ถุงน้ำรังไข่ด้านซ้าย 

29/09/2564
เจาะเลือด/ปัสสาวะ/ตรวจโควิดpcr/x-rayทรวงอก/ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ/หมอซักประวัติ/ผลเลือดผ่านเข้าผ่าตัดได้/กินข้าวbrunch/laserรักแร้/สระไดร์ผม/ฟังผลตรวจโควิด ผ่าน/แอดมิดได้/ได้ห้องพิเศษ/เข้าพัก

30/09/2564
เป่าไตรบอล/เจาะเลือด 1 หลอด พยาบาล 2 คน แทงเข็ม 4 ครั้ง/เป่าไตรบอล/นศ.แพทย์ปี5ซักประวัติการรักษา/หมอเรสซิเดนท์อธิบายโอกาสความเสี่ยงในการผ่าตัด/วิสัญญีแจ้งวางยาสลบฉีดเข้าเส้นเลือดดำ/โกนขน/สวนให้ถ่าย/งดน้ำอาหารหลังเที่ยงคืน


ความเจ็บปวด - สิ่งที่ดีที่สุด



01/10/2564
สวนให้ถ่าย/อาบน้ำ/ให้น้ำเกลือ แทงเข็ม 2 รอบ/ใส่ป้ายข้อมือคนไข้/เตียงห้องผ่าตัดมารับ/คิว2รอบเช้า/9.30 น. ห้องผ่าตัด/ผ้าคลุมผ่า/มัดแขน/อุปกรณ์วัดชีพจร/หน้ากากออกซิเจน/เริ่มให้ยาสลบ/เย็นที่แขนเจาะน้ำเกลือ/ก๊าซขึ้นในคอ/หายใจเข้าออก 4 ครั้ง......./คุณ..คุณ..คุณ/ตื่น ตกใจลุก/คนไข้ขยับตัวเองได้/เข็นเตียงออกจากห้องผ่าตัด/12.05 น./ขวดน้ำเกลือเหลือนิดเดียว/คลำหน้าท้อง มี 3 แผล โล่งอก/พยาบาลถามเจ็บไหม/ฉีดยาแก้ปวด/ไปห้องพัก/ฉีดยาแก้ปวด/ใส่เครื่องนวดขา/นอนพัก/เย็น/ปรับนั่ง/ตึงแผล/ไม่เจ็บ/จิบน้ำ/จิบน้ำหวาน/ฉี่ไม่ออก/ใส่ท่อฉี่/นอนพัก/เช็ดตัว/ฉีดยาแก้ปวด มอร์ฟีน/พยาบาลเช็คทุก 3 ชั่วโมง/

02/10/2564
เช็ดตัว/นั่ง/ฉีดยาแก้ปวด/เดิน/นอนพัก/นศ.แพทย์ปี5 แจ้งผลผ่าตัด/ถุงน้ำเกาะแน่น/ตัดเนื้อรังไข่ซ้าย 50%/เลาะผังผืดมดลูก/รังไข่ขวา มดลูกปกติ/ตดให้ได้ เดินให้ได้ กลับบ้านได้/แผลที่สะดือหายช้าหน่อยนะ/ห้ามออกกำลังเกร็งหน้าท้อง/ห้ามยกของหนัก/อีก 1 เดือนฟังผลตรวจชิ้นเนื้อ/กินข้าว/นอนพัก/นั่ง/เดิน/ได้ใบรับรองแพทย์ผลการรักษา/ถอดสายน้ำเกลือ/ถอดสายฉี่/ฉี่เองได้/เดินได้/แจ้งออก/เคลียร์ค่าใช้จ่าย/กลับบ้าน

ผ่าตัดผ่านไปด้วยดี/พยาบาล หมอดีมาก/น้องสาวเฝ้าไข้ดูแลดีมาก/กำลังใจดีมาก

03-07/10/2564
เดินบ้าง/พัก/รอเปิดแผล/เลือดซึม/แผลปิดไม่สนิท/

07-15/10/2564
ล้างแผลทุกเช้าเย็น/ลุกนั่งช้าๆ/ขยับน้อยๆ/นอนเยอะ/แผลค่อยๆสมาน/น้ำเหลืองเลือดหยุดไหล/เจ็บนิดๆ/แผลด้านนอกด้านในกำลังรักษาตัวเอง/เดินเร็วไม่ได้/ขึ้นบันไดไม่ได้/ออกกำลังกายไม่ได้/ขับรถไม่ได้/

15-28/10/2564
พักฟื้น/สังเกตอาการ/self-time

29/10/2564 back to work

ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรก/ตื่นเต้น/เข้มแข็ง/คิดบวก/อดทน/เข้าใจ/สติดี/ผ่านได้ทุกเหตุการณ์

เราเติบโตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และไม่มีอะไรเลยที่สูญเปล่า...


แนวทางการรับมือ พัฒนาตัวเราเองได้




 

ทุก ๆ วัน คือการสร้างโอกาส

คำพูดนั้นสำคัญมาก 

ไม่ว่าคุยกับใคร ระดับไหนก็ตาม

และทุกครั้งที่สื่อสารไป 

ล้วนสร้างได้ทั้งโอกาสและวิกฤตให้เราเสมอ ๆ


ฝึกสติ เพื่อกำกับคำพูด 



สิ่งสำคัญคือ พูดอย่างไร แค่ไหน ถึงพอดี

ถามใจตัวเองก่อน เรื่องที่จะออกจากปากเราไป

เป็นเรื่องจริงมั้ย

เป็นประโยชน์มั้ย

สมควรพูดเวลานี้มั้ย

แล้วที่พูดไปเพราะเจตนาดีหรือเปล่า

ถ้าคำตอบ คือ ใช่ ทุกข้อที่ถามมา ค่อยพูดเนอะ

เบื้องหลังคำพูด คือ ความคิด ที่ควรฝึกฝนให้ว่องไว เฉียบคม รู้ทันกิเลสจากการพูด

คำพูดทำร้ายคนอื่น คนรอบข้าง และตัวเรา

ได้มากมาย กว่าที่คิด

และคำพูดเอง ก็รักษาชีวิต จิตใจตนเอง ผู้อื่น 

คนรอบข้าง ได้มากมายอีกเช่นกัน 

เรามีเครื่องมือดี ๆ อยู่กับตัว อยู่ที่ใครจะรู้วิธี และฝึกใช้งานให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้ 

การสื่อสารที่ดี สร้างความสุข ความสัมพันธ์ที่ดี สร้างโอกาสในการทำงาน สร้างความรวย และชีวิตที่ปกติสุขได้ 

ทำทุก ๆ วัน ให้เป็นโอกาส 

ในการฝึก พูดดี กับผู้คนรอบข้าง 

คิดดี ด้วยเจตนาดี เมตตาตัวเองและผู้อื่น 

ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน  

อยากมีความสุข ไม่อยากมีทุกข์ 

เราควรคุยกันดี ๆ ชีวิตนี้สั้นนัก แต่มีคุณค่ามาก 

ถ้าเราคิด พูดดี ทำดี ไปเรื่อย ๆ 

จนเป็นนิสัยติดตัว 

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ล้วนดี ชีวิตราบรื่น 

เพราะไม่ได้คิดเบียดเบียนและทำร้ายใคร 

เมตตาคนอื่น เท่ากับเมตตาตัวเอง 

อยู่ที่ไหน ใคร ๆ ก็รักและช่วยเหลือ 

อยู่ที่ไหน ก็มีแต่จังหวะและโอกาสที่ดี 

ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงและฝึกได้ 

จะให้ดี จะให้แย่ อยู่ที่ปาก ที่คำพูด ที่ความคิดของเราเองทั้งนั้น... 


ใช้ทุกคำพูด ทุกการสื่อสารให้เป็นโอกาส 

แล้วทุก ๆ วัน จะเป็นวันที่ดีของเรา... 







Review 2020& Set Goal 2021

Review 2020

1. Working

- increase soft skills

- high responsibility

- slove new problems

2. Relationship

- balance time for family working friends and myself

- give more and take less

3. Wealth

- no debt

- increase income

- have assets

4. Health

- excercise one third of year

- check up & monitoring

- more wellness with loss weight

5. Improve myself

- read& listen more

- learn more

6. Improve spirit

- meditation

- do right things

- keep kindness





Goal 2021

Do the same things and add a few somethings.

- have reserve money 90,000 Bth

- keep healthy

- do more meditation


Keep Thinking! 

Keep Doing!  

Keep Learning!























เมื่อควบคุมจิตใจตนเองได้ ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว

ความจริงของชีวิตคือ ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลง
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เปลี่ยนแปลง หายไป
ตัวเรา ผู้คนรอบข้าง ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
ดังนั้นทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเรายอมรับด้วยใจที่เป็นกลาง ความรู้สึกที่ปราศจากอคติ
มันจะช่วยให้เราไม่หลงไปกับ อารมณ์อยากได้ โกรธ เกลียด หงุดหงิด รำคาญ หลง
เมื่อเรามีสติรู้ทัน ความคิดจิตใจของตัวเอง ในขณะนั้นเองจิตจะนิ่ง มีความเบาสบายใจ
สมองจะพร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ เรียนรู้วิกฤต โอกาส จุดอ่อน จุดแข็ง มาใช้ประมวลผลในหัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะตัดสินใจ ลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยเหตุผลและเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น
พร้อมเรียนรู้ชีวิตในบทถัดไป ด้วยจิตใจที่มั่นคงและเข้มแข็ง


ปล่อย..วาง


การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แค่วินาทีนี้ นาทีนี้ ขณะนี้
เพื่อให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัว ต้นไม้ ดอกไม้ ลมพัดเบา ๆ เสียงนก เสียงลมหายใจของตัวเอง
สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นวิธีสร้างความสุขง่าย ๆ ที่ควรลองทำดู ใจที่ไม่ฟุ้งซ่านไปที่อื่น อยู่กับเนื้อกับตัว
ช่วยสร้างสมาธิ ให้เรานิ่งอยู่กับสิ่งตรงหน้า ทำการงานนั้นได้เต็มที่ ผลลัพธ์ย่อมดีตามมา

ความสามารถในการสร้างความสุขง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
ความสามารถในการรู้ทันกายและใจของตัวเอง
ความสามารถในการยอมรับ ปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้
ความสามารถในการปล่อยวาง ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
ล้วนเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ เมื่อลองทำ เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีจากสิ่งเหล่านี้

ไม่ว่าบ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง ครอบครัว จะมีเรื่องวุ่นวายแค่ไหน
เพียงแค่เรามีจิตใจที่มั่นคง มีความสุขได้ด้วยตนเอง
จิตใจที่ปราศจากความกังวล ความกลัว ความอยาก ความโกรธ
เพียงเท่านี้ เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์

เราเพียงรับผิดชอบ ลงมือทำสิ่งที่ต้องทำด้วยความเต็มใจ
มีสมาธิจดจ่อกับงาน มีสติรู้ทันความรู้สึกตัวเอง
ทำหน้าที่ในทุกสถานะ ลูก พ่อ แม่ ญาติ เพื่อน เพื่อนร่วมงาน พลเมืองของสังคมในประเทศ ในโลก
ลงมือทำอย่างเต็มที่ ทำอะไรก็ตามที่มนุษย์ควรทำ ทำแล้วรู้สึกภูมิใจ ทำโดยปล่อยวางผลลัพธ์ที่คาดหวัง ถ้าทำได้ เราจะมีจิตใจที่เข้มแข็ง มั่งคง รู้สึกชอบตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง

เมื่อใดที่รู้สึกสับสน และเป็นทุกข์มาก
ให้พิจารณาดูว่า ไม่มีใครไม่ตาย ทุกคนล้วนเคยเจ็บป่วย และต้องตายทั้งนั้น
ถ้าวันนี้เรายังหายใจอยู่ ถามตัวเองดี ๆ ว่าตั้งแต่เกิดมาใช้ทรัพยากรของโลกนี้ไปเท่าไหร่
มีใครที่ต้องตอบแทนบุญคุณบ้าง ทำชดใช้ผู้คนและโลกนี้ คืนไปแค่ไหนแล้ว ภูมิใจหรือยังกับทุกวันนี้
ถ้าคำตอบคือ ใช่ แปลว่า พร้อมตายได้อย่างสบายใจแล้ว
ถ้าไม่ใช่ ทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด

ทุกอย่างเป็นสิ่งชั่วคราว มีแต่ทุกข์น้อย กับทุกข์มาก
ถ้ามีความมุ่งมั่น ที่จะพ้นทุกข์อย่างถาวร ทางไปมีอยู่ แต่ต้องเดินเองและใช้เวลา
ถ้าเป็นมนุษย์ทั่วไป จะใช้ชีวิตทางโลกโดยอยู่กับทุกข์ได้ ก็มีทางอยู่ แต่ก็ต้องเดินไปเองเช่นกัน

เราทุกคน ล้วนเป็นผลผลิตของกรรม
ข่าวดีคือ ทุกเช้าที่ลืมตาตื่น เราได้รับโอกาสให้เลือกทำกรรมใหม่ได้ทุกวัน

แก้ตัวไม่ช่วยอะไร เอาเวลามาแก้ไขดีกว่า




สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการไปเที่ยวเมืองนอก

ได้ไปเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์กับทัวร์ รถบัส (40 คน) ออกจากหาดใหญ่
เที่ยว 4 วัน 3 คืน เน้นเที่ยวสิงคโปร์ 2 วันเต็ม แวะมานอนที่มาเลย์ 3 คืน นั่งรถขาไปและขากลับรวม 2 วัน






ประสบการณ์ครั้งนี้ให้อะไรบ้าง
1. ความรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เห็น
- ถนน ปั้มน้ำมัน ห้องน้ำ
- สภาพบ้านเรือน ต้นไม้ คนทำงาน (ช่างทำ/ซ่อมถนนริมทาง)
- รถยนต์ สภาพจราจร สีหน้าท่าทางของผู้คน

2. เพิ่มทักษะการเอาตัวรอด
- เพื่อสั่งอาหาร ซื้อของ
- ถามทาง, เดินเที่ยว

3. เพิ่มทักษะช่างสังเกต
- เมื่อเราเห็นความแตกต่างของผู้คน อาคาร สิ่งของเครื่องใช้ อาหารการกิน สาธารณูปโภคต่าง ๆ
  เทียบกับบ้านเราแล้ว มันเห็นข้อได้เปรียบ ข้อจำกัด ของเขาและเรา












4. รู้จักคุณค่าความสะดวกสบายในการกินอยู่ของบ้านเรา
- เพราะทรัพยากรบ้านเรามีมากมาย หลากหลาย ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ราคาไม่แพงมาก

5. เปิดใจยอมรับความแตกต่างของคน หลายเชื้อชาติ หลายวัฒธรรม ที่อยู่ร่วมกัน เรียนรู้มารยาทการใช้ของส่วนรวมในแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน

6. เรียนรู้ว่า อยู่ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่าบ้านเรา ประเทศที่เราเกิด เป็นความรู้สึกล้วน ๆ ที่ใช้เหตุผลอธิบายไม่ได้



ถ้าเรามองในภาพกว้างขึ้น เราอาศัยอยู่ในโลกนี้เหมือนกัน ทุกที่บนโลกใบนี้ก็เป็นบ้านของทุกคน
ไม่ว่าใครจะทำอะไร ย่อมส่งผลกระทบทั่วถึงกันทั้งหมด รับผิดรับชอบจากผลลัพธ์ในการกระทำร่วมกัน
โลกจะอยู่ได้ยาวนาน น่าอาศัยอยู่มากขึ้นหรือน้อยลงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน 


12 บทเรียนชีวิต ข้าราชการพลเรือน 7 ปี

หลังจากเรียนจบป.ตรี ฉันทำงานในภาคเอกชนมาก่อนหลายปี จากนั้นจึงสอบและได้บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ 26 กันยายน 2555 จนวันนี้ 27 กันยายน 2562 ครบ 7 ปีแล้ว...(เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ)

ด้วยประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ด้วยความผิดพลาดมากมายที่ได้เรียนรู้ในภายหลัง
ทำให้เข้าใจว่า คนเรามีทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ตามลักษณะอาชีพ วัย สถานการณ์ที่เราเจอ มันจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้เรา เป็นเราอย่างทุกวันนี้ ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวตน ค่อย ๆ  เรียนรู้ เข้าใจ บางข้อผิดพลาดเราเรียนรู้แล้วไม่พลาดซ้ำ บางเรื่องก็ยังคงก้าวข้ามไม่ได้ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องปกติ ยังมีเวลาเสมอสำหรับการค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ในการใช้ชีวิต

วางแผนแต่ยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์


12 เรื่อง ที่ฉันได้รับ ปรับเปลี่ยนและเรียนรู้

1. "อุ่นใจ" ข้าราชการไม่สบายกายแค่ไหน ยังไง ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเข้ารักษาโรงพยาบาลรัฐฟรี เป็นสวัสดิการเบอร์หนึ่งของอาชีพนี้เลย มีบ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ก็หลักสิบหลักร้อย นาน ๆ ครั้งเท่านั้น

2. "ฝึกความอดทน" การที่เราต้องไปหาหมอรพ.รัฐเท่านั้น เพื่อใช้สิทธิที่มี ทำให้ต้องรอคิวตรวจนานมากจนรู้สึกเคยชินทำให้เราใจเย็นขึ้น และงานส่วนใหญ่ก็มีกรอบ/ระเบียบจากเบื้องบนสั่งมาแล้ว ทำตาม อย่างเดียว อย่าคิดเยอะ พลิกแพลงมากไม่ได้ ยกเว้นขั้นตอนงานที่เกี่ยวกับเราจริง ๆ เท่านั้น

3. "ลดอัตตา" อยู่ในองค์กรใหญ่โครงสร้างบริหารมีลำดับหลายชั้นมาก เราเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ส่วนเสี้ยวเดียวเท่านั้น จะพลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ตามใจชอบนั้น ทำได้ค่อนข้างยาก ยกเว้นงานนั้นอยู่ในขอบเขตเราเพียงคนเดียว/เพื่อนร่วมงาน เจ้านายในหน่วยงานเล็ก ๆ ของเราเห็นด้วย

4. "ระมัดระวัง ไม่ชัวร์ ไม่ฟันธง" การทำงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชน  ต้องรอบคอบเรื่องคำพูดและการกระทำ เพราะคำตอบสำหรับคำถามเรื่องกฎหมายที่เราตอบเขาไปนั้น บางครั้งมันสามารถตีความได้หลากหลาย หากเราไม่เข้าใจเจตนารมณ์กฎหมายนั้นจริงแล้ว  ไม่ควรตอบคำถามเอง เพราะจะมีความรับผิดชอบผูกติดมาด้วยหากเกิดความผิดพลาด ดังนั้นเมื่อไม่มั่นใจควรส่งต่อให้กลุ่มงานที่เขาออกกฎหมายมาตอบโดยตรงจะดีกว่า

5. "Work Life Balance" มีเวลาทำเรื่องส่วนตัวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ วันลาพักผ่อน โดยไม่ต้องกังวล/เครียดเรื่องงาน โดยส่วนใหญ่แล้วงานมักจะจบในเวลางาน หากคาบเกี่ยวต่อเนื่องให้รู้สึกต้องกังวลอยู่บ้างก็มีไม่บ่อยครั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากเรารับผิดชอบบริหารงานในหน้าที่ได้ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็พักได้อย่างสบายใจ มีเวลาออกกำลังกายเต็มที่หลังเลิกงานด้วย

6. "ฝึกการอดออม" เพราะเงินเดือนตอนเริ่มงานน้อยเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย ต้องบริหารจัดการเรื่องกินใช้ให้สมกับรายได้ ทำให้เราเป็นคนกินง่าย อยู่ง่ายมากขึ้น อาหารจานเดียว ทำกับข้าวมากินที่ทำงาน สรรหาของกินใช้ที่ถูกและดี เลี่ยงการสร้างหนี้สินเกินตัว

7. "ฝึกใจให้นิ่ง สื่อสารกับคนหลากหลายให้ได้" ด้วยงานที่ต้องติดต่อกับคนหลากหลายอาชีพ การศึกษา ฐานะ ต่างหน่วยงาน ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราพูดคือสิ่งเดียวกันแต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจเราได้ตรงกันตามที่เราพูด ดังนั้นเราต้องปรับใจ ปรับคำพูด รับฟังคนที่คุยด้วยว่าเขาต้องการอะไร ใช้ภาษาระดับเดียวกับเขาจะช่วยให้เขาเข้าใจและยอมให้ความร่วมมือด้วย

ฝึกเห็นความคิดความรู้สึกตัวเองให้ทัน เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวมันก็ไป


8. "รู้จักปล่อยวาง" เมื่อเริ่มบรรจุทำงานเรามักเริ่มในตำแหน่งงานเล็ก ๆ ก่อน ดังนั้นหน้าที่และอำนาจตามตำแหน่งจะไม่เอื้อให้เราสามารถตัดสินใจหรือรับผิดชอบงานใดได้มากนัก เราจึงมักจะเจอสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้เสมอ เกินขีดความสามารถของเราบ้าง จึงทำได้แค่เพียงยอมรับและทำความเข้าใจ/ทำใจ และทำงานในขอบเขตรับผิดชอบของเราต่อไปให้ดีที่สุดก็พอ

9. "รู้จักวางตัวในจุดที่เหมาะสม" ข้าราชการมีการโยกย้ายบ่อยครั้ง เพื่อการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นเราจึงเลือกเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานที่ถูกใจเราทั้งหมดไม่ได้ สิ่งที่ควรทำคือ รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร รับผิดชอบมันให้ดี หน้าที่ของคนอื่นถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเราเลยก็ไม่ต้องไปยุ่งปล่อยเป็นเรื่องของเขา ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ในบางสถานการณ์งานที่ถูกต้องกับถูกใจอาจสวนทางกัน เราต้องคิดให้รอบคอบว่าจุดยืนและความรับผิดชอบเราคืออะไร ผลกระทบต่อเจ้านายและเพื่อนร่วมงานคืออะไร ชั่งน้ำหนักให้ดี ทั้งนี้ต้องรู้จักวิธีป้องกันตัวเองด้วย

10. "เรียนรู้คน ไม่คาดหวังใคร" รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้คำพูดการกระทำที่เขาแสดงต่อหน้า แต่ไม่รู้ตอนลับหลัง ดังนั้นเราทำได้เพียงให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติคนอื่นตามมารยาทที่ควรทำ ทำดีกับคนอื่่นตามระดับความดีที่เรามี แต่ไม่คาดหวังว่าเขาจะดีกับเราหรือไม่ การรู้จักสังเกตพฤติกรรมคนในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ ประกอบกับใช้เวลาให้นานพอ จะช่วยให้เราเห็นภาพอะไรชัดเจนมากยิ่งขึ้น

11. "ปล่อยผ่านเรื่องเล็ก ใจจะเบา"
ในสังคมคนทำงาน เป็นเรื่องปกติที่เราจะเจอคนซุบซิบนินทา เข้าใจผิด อิจฉา กลั่นแกล้ง เปรียบเทียบ เอาเปรียบ ไปบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ เราไม่ควรเสียเวลาและให้ค่ากับคนและเรื่องเหล่านี้ เอาเวลาไปมีความสุข สร้างสรรสิ่งดี ๆ ในชีวิตตัวเองดีกว่า เพราะทุกสถานการณ์ที่เราเลือกทำหรือไม่ทำอะไร จะมีคนคอยตีความทุกการกระทำของเราอยู่แล้ว เขามีสิทธิที่จะคิดเห็นในมุมมองของเขา เราเองก็มีสิทธิคิดและทำในมุมมองของเราเช่นกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องมั่นใจว่า เรารู้จักตัวเองดีพอ รู้สิทธิและหน้าที่ของตัวเองว่าคืออะไร ทำถูกต้องและสร้างความเดือดร้อนให้ใครหรือไม่

12. "มองทุกปัญหาให้เป็นโอกาส" เขาจ้างเรามาแก้ปัญหา หน้าที่คือ ไม่บ่น/บ่นให้น้อยที่สุด มองให้เห็นโอกาสและหาทางแก้ไขปัญหาให้เจอ เราจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ผ่านปัญหาไปได้ อย่าบ่น/ด่าใครพร่ำเพรื่อ เพราะลึก ๆ แล้ว ไม่มีใครอยากฟังคำบ่นคำด่า คำเหล่านี้เหมือนก๊าซพิษมันจะทำให้เราหาทางออกไม่เจอวนติดอยู่กับปัญหา ขอให้ใช้พลังงานและเวลาไปลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาจะดีกว่า

เมื่อเวลาผ่านไป บทเรียนใหม่จะเพิ่มเข้ามา บทเรียนเก่าก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป...

เมื่อโลกภายในของเราเปลี่ยน โลกภายนอกที่เราเห็นจะเปลี่ยนตาม




สร้างตัวเองในแบบที่คุณอยากเป็น

เราเชื่ออะไร ? เราจะทำตัวแบบนั้น
เราทำตัวแบบไหน ? เราก็เป็นคนแบบนั้น

มันเริ่มที่ "ความเชื่อ"
เมื่อเราเชื่อใน "คุณค่า" ไหน เราจะแสดง "ศักยภาพ" นั้นออกมาทางความคิด คำพูดและการกระทำ

คุณค่าอาจจะวัดและเข้าใจได้ยาก
หากเปลี่ยนเป็นคำว่า "ลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรม" ใด ๆ ที่เราทำเป็นประจำ
นั่นคือสิ่งที่จะบอกเราว่า เราให้คุณค่าในเรื่องใด

นิสัย คือ สิ่งที่เรามักจะใช้รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ทั้งภาวะปกติและวิกฤติ
ทั้งเรื่องสำคัญและไม่สำคัญ

นิสัยหรือคุณค่า มีอะไรบ้าง เราลองเลือกมา 10 อันดับแรก ที่คิดว่าสำคัญที่สุด

มีความยืดหยุ่น                 มีคุณธรรม           มีความซื่อสัตย์
มีความคิดสร้างสรรค์        มีความมุ่งมั่น       มีความเป็นมิตร
ตลก                                 สุขุม                    มองโลกในแง่ดี
ตัดสินใจเด็ดขาด             เข้าสังคมเก่ง       รักครอบครัว
ขยัน                                 มีชีวิตชีวา            มีวุฒิภาวะ
ร่าเริงเบิกบาน                  พึ่งพาได้              เป็นผู้ให้
ทันสมัย                            ไว้ใจได้               เป็นที่รัก
ทำงานหนัก                     ช่างเจรจา            แก้ไขปัญหาได้
แสวงหาความรู้                เอาใจใส่ดูแล      เป็นที่ชื่นชอบ

สร้างตัวเอง เราควบคุมได้เอง100% 


สำหรับฉัน 10 นิสัย ที่ให้คุณค่ามากที่สุด เรียงตามลำดับคือ
1. มองโลกในแง่ดี
2. มีความซื่อสัตย์
3. มีความมุ่งมั่น
4. รักครอบครัว
5. มีชีวิตชีวา
6. แสวงหาความรู้
7. ขยัน
8. สุขุม
9. มีความคิดสร้างสรรค์
10. ตลก

เราสามารถนำหรือสร้างนิสัย 10 อย่างที่เลือกแล้ว ไปใช้กับสิ่งสำคัญของชีวิตทั้ง 8 ด้านได้

1. ด้านกายภาพ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตยืนยาว อยู่ได้อย่างมีคุณภาพ

2. ด้านอารมณ์
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยความรัก ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา

3. ด้านจิตวิญญาณ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง สอดคล้องกับศาสนา

4. ด้านครอบครัว
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันทำความเข้าใจคนในครอบครัว ช่วยให้ความฝันของเขาเป็นจริง

5. ด้านวัตถุ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันอยู่ได้ด้วยทรัพย์สินที่ฉันหาได้เอง สร้างความมั่นคงทางการเงินสำหรับครอบครัว

6. ด้านการเรียนรู้
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต

7. ด้านการเป็นผู้นำ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันมีลักษณะของผู้นำ 3 อย่าง คือ
พูดความจริง ทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลงาน

8. ด้านความสัมพันธ์อื่น ๆ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..........................ทำให้ฉันมีความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น และคงอยู่ตลอดชีวิต

สำหรับฉัน
1. ด้านกายภาพ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..มีชีวิตชีวา และตลก..ทำให้ฉันมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตยืนยาว อยู่ได้อย่างมีคุณภาพ
2. ด้านอารมณ์
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย...มองโลกในแง่ดี และมีความคิดสร้างสรรค์...ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยความรัก ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา
3. ด้านจิตวิญญาณ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย..สุขุม และมีความซื่อสัตย์..ทำให้ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง สอดคล้องกับศาสนา
4. ด้านครอบครัว
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย...รักครอบครัว...ทำให้ฉันทำความเข้าใจคนในครอบครัว ช่วยให้ความฝันของเขาเป็นจริง
5. ด้านวัตถุ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย....มีความมุ่งมั่น.และขยัน..ทำให้ฉันอยู่ได้ด้วยทรัพย์สินที่ฉันหาได้เอง สร้างความมั่นคงทางการเงินสำหรับครอบครัว
6. ด้านการเรียนรู้
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย....แสวงหาความรู้....ทำให้ฉันแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต
7. ด้านการเป็นผู้นำ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย....มีความซื่อสัตย์ และสุขุม...ทำให้ฉันมีลักษณะของผู้นำ 3 อย่าง คือ
พูดความจริง ทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลงาน
8. ด้านความสัมพันธ์อื่น ๆ
ฉันจะสร้าง/ใช้นิสัย....มีชีวิตชีวา มองโลกในแง่ดี และตลก..ทำให้ฉันมีความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น และคงอยู่ตลอดชีวิต

เป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร?  หาคำตอบได้จาก 3 คำถามนี้

1. คุณมีชีวิตอยู่เพื่อ "อะไร" ?

2. คุณอยู่บนโลกใบนี้เพื่อ "เป็นใคร และทำอะไร" ?

3. "อะไร" ทำให้ชีวิตคุณมีความหมาย ?

Focus on what you want.


สำหรับฉัน
ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อ "ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น"
ฉันเป็น "คนยิ่งใหญ่ นำตัวเองให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง สร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อผู้อื่น"

แล้วคุณล่ะ มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร ?



Today is a present.





Today...
When I wake up, I smile. "I'm breathing so it's a present."
I get up, have a shower and get dress. "I can do by myself so it's a present."
I leave the house, drive my car to the office. "I have a good meal for breakfast so it's a present."
I get to the office on time, start my work and have good communication with my colleagues so it's a present.
I can decide and set priority for my work, have a short break for tea time before lunch. It's a present.
I have lunch at the office with my team. We share stories in or out of work together. It's a present.
I have time to read books, watch YouTube, play Facebook after lunch. I have a short break in the afternoon. It's a present.



I finish my work on time and get a new dress to work out at the stadium in front of my office.          It's a present.
I walk slowly and fast. I take a long breath and have mindfulness. It's a present.
I get to the house, read books, watch YouTube, pray before going to bed.
I call my family and they are fine. Thank you. It's a present.

I live in only today. Today is a present.